มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน

๑.๑  ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ระดับคุณภาพ : ดี
               
๑. กระบวนการพัฒนา
          สถานศึกษามีกระบวนการพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งเน้นให้ครูจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตร มีการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน โดยมีการจัดการเรียนเรียนรู้ทั้งรูปแบบการระดมสมอง แบบลงมือปฏิบัติจริง แบบร่วมมือกันเรียนรู้ แบบใช้กระบวนการคิด กระบวนการใช้ปัญหาเป็นหลัก และเน้นเรื่องการอ่านออกของผู้เรียนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยส่งเสริมพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่านและเขียนได้เหมาะสมตามระดับชั้นเรียน โดยโครงการส่งเสริมและพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ กิจกรรมเขียนคำใหม่ในบทเรียน กิจกรรมซ่อมเสริมสำหรับนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านการเขียนเป็นรายบุคคล ส่งเสริมพัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถด้านการสื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้เหมาะสมตามระดับชั้นเรียน โดยกิจกรรมแข่งขันทักษะทางภาษาไทยในวันสำคัญต่างๆ เช่น วันภาษาไทยแห่งชาติ วันสุนทรภู่ โครงการจัดทำเอกสารจัดหาสื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ การสนทนาภาษาอังกฤษสื่อสารในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ  ตามโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถในด้านการคิดคำนวณ  โดยกิจกรรมคิดเลขเร็ว  ส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทักษะทางคณิตศาสตร์ในระดับกลุ่มโรงเรียน   ส่งเสริมให้มีความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์ คิดวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แก้ปัญหาและนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ  โดยกิจกรรมการระดมสมอง เช่นกิจกรรมวันต้นไม้แห่งชาติ  มีการบูรณาการทักษะการคิดในกระบวนการเรียนการสอน เช่น Mind Mapping ส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมปลอดภัย มีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมให้มีการใช้ tablet ในการเรียนการสอนในระดับชั้น ป.๒-๓  และบริการการใช้ห้องคอมพิวเตอร์  ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมพื้นฐานในการนำเสนอ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าจากพื้นฐานเดิมด้านความรู้ความเข้าใจและทักษะต่างๆตามหลักสูตร  โดยโครงการส่งเสริมการแข่งขันทักษะทางวิชาการทุกระดับ จัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้  ยกระดับผลการทดสอบระดับชาติของผู้เรียนให้มีคุณภาพเป็นไปตามเป้าหมาย โดยกิจกรรมค่ายวิชาการ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะและเจตคติที่ดีพร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น มีวุฒิภาวะทางอาชีพที่เหมาะสมกับช่วงวัย  โดยโครงการ ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑ ผลิตภัณฑ์  พัฒนาครูทุกคนให้มีความสามารถในการนำเทคนิควิธีสอนให้ตรงตามศักยภาพผู้เรียน  สนับสนุนและส่งเสริมให้ครูได้ใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้สื่อการสอนทางไกลชมการถ่ายทอดผ่านดาวเทียมไทยคมจากโรงเรียนวังไกลกังวล จัดหาจัดทำแหล่งเรียนรู้และแหล่งสืบค้นข้อมูล ได้แก่ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด จัดกิจกรรมเสริมในชั่วโมงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้

๒. ผลการดำเนินงาน
                ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ด้านความสามารถในการอ่านการเขียนของ ผู้เรียนชั้น ป.๑-๖
โดยใช้แบบประเมินการอ่านและการเขียน ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในปีการศึกษา ๒๕๖๑ พบว่า ชั้น ป.๑-๓ ผลการอ่านออกเสียง ระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๙๒.๕๙ อ่านรู้เรื่อง ระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๗๐.๓๗ การเขียนคำระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๗๔.๐๗ การเขียนเรื่องระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๙๒.๕๙ สำหรับ
ชั้น ป.๔-๖ การอ่านตามหลักการใช้ภาษา ระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๓๕.๗๑  การอ่านรู้เรื่อง ระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๓๕.๗๑ การเขียนสรุปใจความสำคัญชั้น ป.๔  ระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๓๓.๓๓  การเขียนย่อความ
ชั้น ป.๕-๖  ระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๕๔.๕๕ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ ชั้น ป.๔-๕  ระดับดีขึ้นไปคิดเป็น
ร้อยละ ๖๐.๐๐ และการเขียนเรียงความชั้น ป.๖  ระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ผลคะแนนประเมินการอ่านออกเสียงชั้น ชั้น ป.๑ (RT) คิดเป็นร้อยละ ๖๘.๓๕ เมื่อเปรียบเทียบผลการประเมินค่าร้อยละของการอ่านออกเสียง ของโรงเรียนสูงกว่าระดับเขตพื้นที่ +๒.๙๙ สูงกว่าระดับจังหวัด +0.๕๗ ต่ำกว่าระดับศึกษาธิการภาค – 3.6๐ สูงกว่าระดับสังกัด สพฐ. +๒.๖๑และสูงกว่าระดับประเทศ +๒.๑๙  ผลคะแนนประเมินการอ่านรู้เรื่อง ชั้น ป.๑ (RT) คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๔๐ ผลการเปรียบเทียบผลการประเมินค่าร้อยละของการอ่านรู้เรื่อง ชั้น ป.๑ (RT)ของโรงเรียน ต่ำกว่าระดับเขตพื้นที่ – ๓.๔๑  ต่ำกว่าระดับจังหวัด – ๔.๖๖  ต่ำกว่าระดับศึกษาธิการภาค – ๗.๑๘ ต่ำกว่าระดับสังกัด สพฐ. – ๓.๘๐ และต่ำกว่าระดับประเทศ- ๓.๘๗ รวม ๒ สมรรถนะ มีค่าร้อยละของนักเรียนจำแนกตามระดับคุณภาพดีมาก คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๐๐ ระดับดี ๓๐.๐๐ พอใช้ ๑๐.๐๐ และปรับปรุง ๑๐.๐๐  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับสถานศึกษา
คิดเป็นร้อยละ ระดับดีเยี่ยม ๔๔.๑๙ ดี ๔๖.๕๑ พอใช้ ๖.๙๘ และปรับปรุง ๒.๓๓ การประเมินด้านสมรรถนะสำคัญ ๕ ด้านคิดเป็นร้อยละ พบว่าผู้เรียนมีความสามารถในด้านการสื่อสาร ดีเยี่ยม ๒๕.๕๘ ดี ๕๘.๑๔ ผ่านเกณฑ์ ๑๖.๒๘ ด้านความสามารถในการคิดดีเยี่ยม ๒๐.๙๓ดี ๖๐.๔๗ผ่านเกณฑ์ ๑๘.๖๐ ด้านความสามารถในการแก้ปัญหาและนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ดีเยี่ยม ๑๖.๒๘ ดี ๖๕.๑๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๘.๖๐ ด้านความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ดีเยี่ยม ๒๕.๕๘ ดี ๕๓.๔๙ ผ่านเกณฑ์ ๒๐.๙๓ ด้านความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ดีเยี่ยม ๑๖.๒๘ ดี ๖๕.๑๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๘.๖๐ นักเรียนมีความก้าวหน้าจากพื้นฐานเดิมในด้านความรู้ความเข้าใจและทักษะต่างๆตามหลักสูตร คิดเป็นร้อยละ ๙๗.๖๗   ซ้ำชั้นคิดเป็นร้อยละ ๒.๓๓  ค่าเฉลี่ยร้อยละผลการทดสอบระดับชาติของผู้เรียนปีการศึกษา ๒๕๖๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ (NT)  ในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 5๖.๘๒ สูงกว่าเขตพื้นที่  +๑.๐๒  สูงกว่าระดับจังหวัด+๔.๒๙ สูงกว่าศึกษาธิการภาค+๕.๐๓สูงกว่า สพฐ.+๗.๔๓ สูงกว่าระดับประเทศ +๗.๓๔  ค่าเฉลี่ยร้อยละผลการทดสอบระดับชาติของผู้เรียนปีการศึกษา ๒๕๖๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖(O-net )  ในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๔๑ ซึ่งสูงกว่าระดับชาติ +๑.๒๗  นักเรียนมีความรู้ ทักษะและเจตคติที่ดีพร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น มีวุฒิภาวะทางอาชีพ พบว่า นักเรียนได้เลื่อนชั้นเรียนจำนวน ๔๒ คน คิดเป็นร้อยละ๙๗.๖๗ ซ้ำชั้น ๑ คนในระดับชั้น ป.๑ เนื่องจากมีปัญหาด้านการอ่านการเขียน นักเรียนมีทักษะทางงานอาชีพ เช่นการร้อยพวงกุญแจ  ร้อยต่างหู  พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ มีสมรรถนะสำคัญในการใช้ทักษะชีวิตในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๐๗
                จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับสถานศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖
ในปีการศึกษา ๒๕๖๑ พบว่า นักเรียนมีผลการเรียนอยู่ในระดับ ๓ (ดี) ขึ้นไปจำนวน  ๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๒.๗๙
โดยผลการประเมินในภาพรวมพบว่า นักเรียนมีผลการเรียนในระดับดีเยี่ยม คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๑๙ ระดับดี ๔๖.๕๑
ระดับพอใช้ ๖.๙๘ และต้องปรับปรุง ๒.๓๓  โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๓๐
อยู่ในระดับ ๓ (ดี)
๑.๒  คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ระดับคุณภาพ: ดี
๑.กระบวนการพัฒนา
         โรงเรียนจัดกิจกรรมในการพัฒนาคุณลักษณะนิสัยให้ผู้เรียนมีความประพฤติด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม
จิตสังคมและจิตสำนึกที่ดี ที่ไม่ขัดกับกฎหมายและวัฒนธรรมอันดีงาม  โดยใช้กิจกรรมทางศาสนาพุทธ อาศัยความร่วมมือระหว่างบ้านวัดและโรงเรียน รวมไปถึงหน่วยงานตันสังกัดและองค์กรภายนอก รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียน
ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยกิจกรรมและวิธีการที่หลากหลาย ได้แก่ กิจกรรมวันพระโรงเรียน  กิจกรรมทำดีมีโชว์ กิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติ กิจกรรมหนูน้อยคอยอาสา กิจกรรมออมเงินวันละนิดจิตแจ่มใส  กิจกรรมฝึกดีมีอาชีพ กิจกรรมทัศนศึกษาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ การบำเพ็ญประโยชน์ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ร่วมกิจกรรมสำคัญต่างๆทางพุทธศาสนาที่วัดบ่อนอกและวัดใกล้เคียงซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณตำบลบ่อนอก เช่น วันสำคัญทางศาสนา งานทำบุญกฐิน  งานประเพณีไทย ประเพณีพื้นบ้านต่างๆในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ตามโครงการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน วัดและโรงเรียน  เพื่อให้นักเรียนได้ภาคภูมิใจในท้องถิ่น ในความเป็นไทยและเห็นคุณค่าเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทยและแสดงออกได้อย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวันอีกด้วย  ส่งเสริมและปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักยอมรับเหตุผล ความคิดเห็นของผู้อื่น และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น โครงการสถานศึกษาสุจริต สร้างเสริมจิตพอเพียง  กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี กิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน กิจกรรมเสริมต่างๆในวันสำคัญสากล เช่น วันต่อต้านยาเสพติดโลก  วันต้นไม้แห่งชาติ  วันอาเซียน เป็นต้น  รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอนามัยทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต  เรียนรู้ถึงวิธีป้องกันตนเองจากการล่อลวง ข่มเหง รังแก  รวมทั้งไม่เพิกเฉยต่อการกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องและสามารถอยู่ร่วมกันในครอบครัว ชุมชนและสังคมอย่างมีความสุข โดยโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์  โครงการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โครงการอนามัยโรงเรียน โครงการอาหารกลางวัน กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมหน้าเสาธงและกิจกรรมต่างๆเช่น การแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียน  การแข่งขันกีฬาในระดับกลุ่มโรงเรียน  ส่งเสริมให้นักเรียนได้มีรายได้ระหว่างเรียนโดยการออกบูธตามงานต่างๆ ในการนำเสนอ สาธิตและจำหน่ายพวงกุญแจ ส่งเสริมกิจกรรมประชาธิปไตยด้วยกิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียน การรณรงค์การใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. ในเขตบริการของโรงเรียน  ส่งเสริมด้านการมีวินัยตามนโยบายของเขตพื้นที่การศึกษา
“ทุกคนต้องมีวินัย” ด้วยกิจกรรมวันพระโรงเรียน”  เป็นต้น
๒. ผลการดำเนินงาน
         จากการดำเนินงานในการพัฒนาคุณลักษณะนิสัยให้ผู้เรียนมีความประพฤติด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม
จิตสังคมและจิตสำนึกที่ดีที่ปรากฏชัดเจน ในระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๙๓.๐๒ เป็นผู้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ในระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐  มีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตน  คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐  มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ กล้าแสดงออกได้อย่างเหมาะสมในความเป็นไทยในชีวิตประจำวัน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐  เป็นผู้ยอมรับเหตุผลความคิดเห็นของผู้อื่น คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๐๒  มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๐๒  รู้วิธีการรักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ร้จักการควบคุมอารมณ์และสุขภาพจิตให้ดีอยู่เสมอ คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๐๒ เรียนรู้และมีวิธีป้องกันตนเองจากการล่อลวง ข่มเหง รังแก คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ เป็นผู้ไม่เพิกเฉยต่อการกระทำที่ไม่ถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๐๒ ผู้เรียนอยู่ร่วมกันด้วยดีในครอบครัว คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๐๒ และอยู่ร่วมกันด้วยดีในชุมชนและสังคม คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๐๒ นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๙๓.๐๒ ( ดีเยี่ยม ๖๒.๕๐ , ดี ๓๐.๕๒ , ผ่าน ๖.๙๘ ) นักเรียนร้อยละ ๘๓.๗๒ มีผลการประเมินการดำเนินงานตามนโยบาย “ทุกคนต้องมีวินัย” ในระดับดีขึ้นไป (ดีเยี่ยม ๕๕.๘๑ ดี ๒๗.๙๑ผ่านเกณฑ์ ๑๓.๙๕ ไม่ผ่านเกณฑ์ ๒.๓๓)  ผลการสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนด้านการรักษาวินัยโดยใช้กิจกรรมวันพระโรงเรียน พบว่านักเรียนมีผลการประเมินระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๙๕.๒๔ ( ดีเยี่ยม ๘๕.๗๑ ดี ๙.๕๓ ผ่าน ๔.๗๖ไม่ผ่าน ๐.๐๐)  นักเรียนมีน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูงสมส่วนคิดเป็นร้อยละ ๗๓.๐๒ ( อ้วน ๓.๑๗ เริ่มอ้วน ๖.๓๕ ท้วม ๓.๑๗ สมส่วน ๗๓.๐๒ ค่อนข้างผอม ๖.๓๕ ผอม ๗.๙๔ )

๓. จุดเด่น
          นักเรียนมีความประพฤติด้านคุณธรรม จริยธรรมค่านิยม จิตสังคมและจิตสำนึกปรากฏชัดเจน มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม มีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นตน ภูมิใจในความเป็นไทยและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อบุคคลอื่นแสดงออกได้อย่างเหมาะสมตามกาลในชีวิตประจำวัน รู้จักรักษาสุขภาพของตนเอง รู้จักการป้องกันตนเองจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
มีทักษะชีวิตที่ดีในการดำรงตนในชุมชน

๔. จุดควรพัฒนา
               โรงเรียนควรต้องจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นในเรื่องของวินัย การใฝ่เรียนรู้ และความมุ่งมั่นในการทำงาน

มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา

ระดับคุณภาพ : ดีเยี่ยม

๑. กระบวนการพัฒนา
          โรงเรียนได้ดำเนินการวิเคราะห์สภาพปัญหา ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมา โดยการศึกษาข้อมูล สารสนเทศจากผลการนิเทศ ติดตาม ประเมินการจัดการศึกษาตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษา และจัดประชุมระดมความคิดเห็น จากบุคลากรในสถานศึกษาเพื่อวางแผนร่วมกันกำหนดเป้าหมาย      ปรับวิสัยทัศน์  กำหนดพันธกิจ กลยุทธ์ ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการพัฒนา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา พร้อมทั้งจัดหาทรัพยากร จัดสรรงบประมาณ มอบหมายงานให้ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการพัฒนาตามแผนงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ มีการดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน และสรุปผลการดำเนินงาน โดยใช้นวัตกรรมการบริหารงาน “ไตรภาคี:วิถีการบริหารเชิงประชาธิปไตย ๕ ร่วม” มีโครงการประชุมสัมมนาคณะกรรมการสถานศึกษา  การประชุมผู้ปกครอง อย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง  โครงการส่งเสริมงานการบริหารทั่วไปภายในสถานศึกษา พัฒนางานด้านวิชาการที่เน้นผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกคน โดยโครงการจัดซื้อ จัดหาวัสดุการจัดการเรียนการสอนประจำห้องเรียน จัดหาสื่อและบุคลากรเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ส่งเสริมและพัฒนาการอ่านออกเขียนได้   โครงการ ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑ ผลิตภัณฑ์  โครงการส่งเสริมการแข่งขันทักษะทางวิชาการทุกระดับ
พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ มีความรู้ความสามารถและทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง โดยการส่งเสริมสนับสนุนให้ได้เข้ารับการพัฒนาตนเอง อย่างน้อยปีละ ๒๐ ชั่วโมง มีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในโรงเรียนเดือนละ ๑ ครั้ง มีการนิเทศติดตามแบบกัลยาณมิตร ทั้งในและนอกระบบ  บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระบบและนำไปประยุกต์ใช้ได้ โดยจัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การทำแฟ้มงานต่างๆ เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกระดับ รายงานโครงการ  รายงานsar  เป็นต้น มีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ดีและกระตุ้นให้ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้อย่างทั่วถึง โดยกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น โครงการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน วัดและโรงเรียน โครงการปรับปรุงสภาพภูมทัศน์และอาคารสถานที่ กิจกรรมวันต้นไม้แห่งชาติ กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ส่งเสริมให้ผู้มีเกี่ยวข้อง (Stakeholders) และประสานเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆทั้งในและนอกสังกัดเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามบริบทของโรงเรียน โดย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายคีรีขันธ์เด็กนักเรียนฟันสวย เครือข่ายผู้ปกครอง เป็นต้น มีการกำกับติดตามและประเมินผลการบริหารและจัดการศึกษาที่เหมาะสม ชัดเจนและเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม เช่น
โครงการนิเทศภายใน การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การประชุมผู้ปกครอง แต่งตั้งคณะกรรมการทบทวน ตรวจสอบระบบการประกันคุณภาพภายใน มีการประเมินผลความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนเมื่อสิ้นปีการศึกษา

๒. ผลการพัฒนา
          ๒.๑ สถานศึกษามีการกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปตามแผนการศึกษาชาติ   อยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๒ สถานศึกษามีการกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจสอดคล้องกับสภาพปัญหา
ความต้องการพัฒนาความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น อยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๓ สถานศึกษามี แผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี สอดคล้องกับการพัฒนาผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย อยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๔ สถานศึกษา มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตามมาตรฐานตำแหน่ง อยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๕ สถานศึกษามีการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศมีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย นำไปประยุกต์ใช้ได้
อยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๖ สถานศึกษามีการดำเนินการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศอย่างเป็นระบบ อยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๗ สถานศึกษาการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ดี อยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๘ สถานศึกษามีกิจกรรมที่กระตุ้นผู้เรียนให้ใฝ่เรียนรู้อย่างทั่วถึง อยู่ในระดับดีเยี่ยม
          ๒.๙ สถานศึกษามีการจัดให้คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและชุมชน มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน อยู่ในระดับดีเยี่ยม
          ๒.๑๐ สถานศึกษาจัดให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา มีส่วนร่วมในการ
ร่วมวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และรับทราบ รับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา อยู่ในระดับดีเยี่ยม
          ๒.๑๑ สถานศึกษามีการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษา ที่เหมาะสม ชัดเจน  อยู่ในระดับดีเยี่ยม
          ๒.๑๒ สถานศึกษามีรูปแบบการบริหารและการจัดการเชิงระบบ โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ยึดหลัก
ธรรมาภิบาล และแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา
โดยใช้นวัตกรรมการบริหาร “ไตรภาคี:วิถีการบริหารเชิงประชาธิปไตย๕ ร่วม”
          ๒.๑๓ สถานศึกษามีการระดมทรัพยากรเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากเครือข่ายอุปถัมภ์ ส่งผลให้สถานศึกษามีสื่อ และแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
๓. จุดเด่น
          โรงเรียนมีนวัตกรรมการบริหารที่ชัดเจน และมีการจัดการอย่างเป็นระบบ  เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย ที่ชัดเจน มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี  ที่สอดคล้องกับผลการจัดการศึกษา สภาพปัญหา ความต้องการพัฒนา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา

๔. จุดควรพัฒนา
          1. สร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา และการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา
          ๒. ควรมีการนิเทศ กำกับติดตามและประเมินผลในรูปแบบที่หลากหลาย

มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

 
ระดับคุณภาพ : ดีเยี่ยม

๑. กระบวนการพัฒนา
          โรงเรียนดำเนินการส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยกระบวนการเรียนการสอนที่สร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ตนเอง ครูมีการกำหนดเนื้อหาสาระ กิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดเป็นรายบุคคล ผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมนอกห้องเรียน  ได้แก่ กิจกรรมวันสำคัญต่างๆ เช่น วันภาษาไทยแห่งชาติ  วันสุนทรภู่  วันอาเซียน  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการคิด ได้ปฏิบัติจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย สรุปองค์ความรู้และนำไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆได้ เช่น กิจกรรมวันต้นไม้แห่งชาติ  กิจกรรมค่ายยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางภาษาอังกฤษ  จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะ แสดงออก นำเสนอผลงาน แสดงความคิดเห็น คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและแสวงหาความรู้จากสื่อเทคโนโลยีด้วยตนเอง เช่น กิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ  วันแม่แห่งชาติ  กิจกรรมวันสำคัญเกี่ยวกับชาติไทย  ครูจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยการเชื่อมโยงบูรณาการสาระการเรียนรู้และทักษะด้านต่างๆ โดยกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ เช่น การเขียนเรื่องจากภาพ
การวาดภาพระบายสี  โครงการ ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑ ผลิตภัณฑ์   ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น การเป็นจิตอาสาพัฒนาโรงเรียน
การทำเวรประจำวัน  กิจกรรมทำความสะอาดด้วยระบบหมู่สี  ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้โครงงานคุณธรรม  โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนที่ยึดโดยงกับบริบทของชุมชนและท้องถิ่น โดยการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนการสอน เช่น กิจกรรมวันพระโรงเรียน กิจกรรมทัศนศึกษา กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือร่วมจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น ครูพระสอนศีลธรรม  โครงการครู D.A.R.E  การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  การประชุมผู้ปกครองนักเรียน  มีการตรวจสอบและประเมินความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยการประเมินผลตามสภาพจริง มีขั้นตอนตรวจสอบและประเมินอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกระดับและผลงาน ชิ้นงานของนักเรียน  โรงเรียนใช้เครื่องมือและวิธีการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับเป้าหมายและการจัดการเรียนการสอน โดยใช้แบบประเมินที่ต้นสังกัดกำหนดให้  การจัดทำเครื่องมือในการประเมินคุณภาพด้านต่างๆ เช่นแบบประเมินมาตรฐานคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบบประเมินสมรรถนะสำคัญ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน  แบบประเมินการอ่านออกอ่านคล่อง แบบประเมินการเขียนได้ เขียนคล่อง เป็นต้น โดยทั้งนี้ให้นักเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholders) ได้มีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผล  ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนและให้นำไปพัฒนาตนเอง ด้วยการให้การบ้านและตรวจการบ้านอย่างสม่ำเสมอ มีการพูดคุยกับผู้ปกครองในขณะมารับบุตรหลานที่โรงเรียนก่อนกลับบ้าน

 

 

 

 

 

๒. ผลการดำเนินงาน
จากการดำเนินงาน/โครงการ/กิจกรรมอย่างหลากหลาย เพื่อพัฒนาให้ครูการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งผลให้ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ ๓ อยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๑  ครูร้อยละ ๑๐๐ มีการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ตนเอง
           ๒.๒  ครูร้อยละ ๘๓.๓๓ มีกระบวนการที่สร้างโอกาสให้ผู้เรียนกำหนดเนื้อหาสาระในการเรียนการสอน
           ๒.๓  ครูร้อยละ ๑๐๐ มีการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน
           ๒.๔  ครูร้อยละ ๑๐๐ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการคิด ได้ปฏิบัติจริงด้วยวิธีการและ
แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
           ๒.๕  ครูร้อยละ ๘๓.๓๓ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สรุปองค์ความรู้ด้วยตนเองและสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆได้
           ๒.๖  ครูร้อยละ ๑๐๐ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะ แสดงออก นำเสนอผลงานแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นรูปธรรม
           ๒.๗ ครูร้อยละ ๑๐๐ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน
           ๒.๘ ครูร้อยละ ๘๓.๓๓  จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้จากสื่อเทคโนโลยีด้วยตนเองอย่างเป็นรูปธรรม
           ๒.๙ ครูร้อยละ ๑๐๐ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยเชื่อมโยงบูรณาการสาระการเรียนรู้และทักษะด้านต่างๆ
           ๒.๑๐ ผู้เรียนร้อยละ ๑๐๐ มีส่วนร่วมในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้
           ๒.๑๑ ผู้เรียนร้อยละ ๕๐.๐๐ ได้เรียนรู้โดยชักระบวนการวิจัยอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
           ๒.๑๒ ครูร้อยละ ๑๐๐ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น
           ๒.๑๓ ชุมชน มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอยู่ในระดับดีเยี่ยม
           ๒.๑๔ ครูร้อยละ ๑๐๐ มีการวัดและประเมินผลผู้เรียนตามสภาพจริง
           ๒.๑๕ ครูร้อยละ ๑๐๐ มีขั้นตอน เครื่องมือในการตรวจสอบและประเมินผลที่เหมาะสมกับผู้เรียน
           ๒.๑๖  ครูร้อยละ ๑๐๐ ใช้เครื่องมือและวิธีการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับผู้เรียน
           ๒.๑๗  ร้อยละ ๘๐.๐๐ ของผู้ปกครอง  คณะกรรมการสถานศึกษาและนักเรียนมีส่วนร่วมในการวัด
และประเมินผลอย่างเป็นระบบ
           ๒.๑๘  ครูร้อยละ ๘๓.๓๓ มีการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนและผู้เรียนนำกลับไปพัฒนาตนเอง

๓. จุดเด่น
          ครูมีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการพัฒนาการสอน โดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยการคิด
ได้ปฏิบัติจริง

๔.จุดควรพัฒนา
          ครูควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

 

 

สรุปผลการประเมินในภาพรวม

ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาอยู่ในระดับ ๔ ดีเยี่ยม
          จากผลการดำเนินงาน โครงการ และกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้สถานศึกษาจัดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ในแต่ละมาตรฐาน จากผลการประเมินสรุปว่าได้ระดับดีเยี่ยม  ทั้งนี้ เพราะมาตรฐานที่ ๑ ผลการจัดการศึกษา อยู่ในระดับดี มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการศึกษา อยู่ในระดับดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อยู่ในระดับดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๔ ระบบการประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิผล อยู่ในระดับดีเยี่ยม
         ทั้งนี้ สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลายที่เป็นไปตามปัญหาและความต้องการพัฒนาตามสภาพของผู้เรียน สอดคล้องกับจุดเน้นของสถานศึกษาและสภาพของชุมชนท้องถิ่น จนมีผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอยู่ในระดับดีเยี่ยม พัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติสูงขึ้น ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่านและเขียน การสื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความสามารถในการคิดคำนวณ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ดี และมีความประพฤติด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะตามที่สถานศึกษากำหนดปรากฏอย่างชัดเจน ดังที่ปรากฏผลประเมินในมาตรฐานที่ ๑ ในด้านกระบวนการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษามีผลประเมินในรายมาตรฐานอยู่ในระดับดีเยี่ยม สถานศึกษามีการวางแผน ออกแบบกิจกรรมและดำเนินงานตามแผนที่เกิดจากการมีส่วนร่วม ใช้ผลการประเมินและการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นฐานในการพัฒนา และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนา ตรวจสอบผลการดำเนินงาน และการปรับปรุงแก้ไขงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครูจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมีผลประเมินอยู่ในระดับดีเยี่ยม วิเคราะห์ ออกแบบและจัดการเรียนรู้ที่เป็นไปตามความต้องการของหลักสูตร และบริบทสถานศึกษา พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ ใช้สื่อการเรียนรู้ ติดตามตรวจสอบและช่วยเหลือนักเรียนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหารายบุคคล และการประเมินผลจากสภาพจริงในทุกขั้นตอน สถานศึกษาดำเนินงานตามระบบการประกันคุณภาพภายในอย่างเป็นขั้นตอน จนเกิดคุณภาพ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลจนมีผลประเมินอยู่ในระดับดีเยี่ยม โดยสถานศึกษาให้ความสำคัญกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อเกิดความร่วมมือในการวางระบบและดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเป็นอย่างดี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความมั่นใจต่อระบบการบริหารและการจัดการของสถานศึกษาในระดับสูง

สรุปผล แนวทางการพัฒนา และความต้องการการช่วยเหลือ
          ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาถือเป็นข้อมูลสารสนเทศสำคัญที่สถานศึกษาจะต้องนำไปวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อสรุปนำไปสู่การเชื่อมโยงหรือสะท้อนภาพความสำเร็จกับแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา (๓-๕ ปี) และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดังนั้น จากข้อมูลการดำเนินของสถานศึกษาและผลจากการดำเนินงาน จึงสามารถสรุปเป็น  จุดเด่น จุดควรพัฒนาของแต่ละมาตรฐาน พร้อมทั้ง แนวทางการพัฒนาในอนาคตและความต้องการความช่วยเหลือได้ดังนี้

จุดเด่น
          ๑. ด้านคุณภาพผู้เรียน
๑) ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับชาติในภาพรวมในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่๓ สูงกว่าระดับจังหวัด ระดับศึกษาธิการภาค ระดับ สพฐ.และระดับประเทศ
นักเรียนกล้าแสดงออก ร่าเริงแจ่มใส สุขภาพกายแข็งแรง และเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมตามที่สถานศึกษากำหนด
๒) ผู้เรียนอ่านหนังสือออกและอ่านคล่อง รวมทั้งสามารถเขียนเพื่อการสื่อสารได้ทุกคน  สามารถใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับดี
๓) ผู้เรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ส่วนใหญ่มีสมรรถภาพทางกายและน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์ มีระเบียบวินัย เป็นที่ยอมรับของชุมชน เคารพกฎกติกา ระเบียบของสังคม  รักษาสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
          ๒. ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา
๑) ผู้บริหารมีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่น มีหลักการบริหาร และมีวิสัยทัศน์ที่ดีในการบริหารงาน สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน และคณะกรรมการสถานศึกษามีความตั้งใจ และมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาท
๒) โรงเรียนมีการบริหารและการจัดการอย่างเป็นระบบ โรงเรียนได้ใช้เทคนิคการประชุม
ที่หลากหลายวิธี เช่น การประชุมแบบมีส่วนร่วม การประชุมระดมสมอง การประชุมกลุ่ม เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายที่ชัดเจน มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปีที่สอดคล้องกับผลการจัดการศึกษา สภาพปัญหา ความต้องการพัฒนา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานหลักสูตรของสถานศึกษา ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ มีการดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล การดำเนินงาน และจัดทำรายงานผลการจัดการศึกษา  และโรงเรียนได้ใช้กระบวนวิจัยในการรวบรวมข้อมูลมาใช้เป็นฐานในการวางแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา         
          ๓. ด้านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๑) ครูพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีความตั้งใจ มุ่งมั่น ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มเวลาและความสามารถ
๒) ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนแสวงหาความรู้จากสื่อเทคโนโลยีด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
๓) ครูให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
๔) ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนเรียนรู้จากการคิด ได้ปฏิบัติจริงด้วยวิธีการและแหล่งเรียนรู้
ที่หลากหลาย

 จุดควรพัฒนา
          ๑. ด้านคุณภาพผู้เรียน
               ๑) ยกระดับผลสัมฤทธิ์การอ่านออก เขียนได้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ให้สูงขึ้น
               ๒) เร่งส่งเสริมทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในทุกระดับชั้น
          ๒. ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา
๑) ควรเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนมากขึ้น
๒) ควรสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียน
ให้มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา และการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา
          ๓. ด้านครู
               ๑)ครูควรจัดกิจกรรมเน้นให้ผู้เรียนได้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์อย่างหลากหลาย และใช้แหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาตนเองครูควรจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในระดับชั้น ป.๑ – ป.๓ ให้สามารถนำเสนอ อภิปรายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสมเหตุสมผล และมีทักษะในการแก้ปัญหาตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
               ๒)ครูควรจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการที่หลากหลาย สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และฝึกให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์  หาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ สื่อ เทคโนโลยีให้มากขึ้น และพัฒนาสื่อ แหล่งเรียนรู้ จัดเตรียมห้องปฏิบัติการให้อยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งานเสมอ
               ๓)ครูควรวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีที่หลากหลายตามสภาพจริง สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และธรรมชาติวิชา
               ๔)ครูควรนำภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้
               ๕).ครูควรให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักเรียนทันทีเพื่อนักเรียนนำไปใช้พัฒนาตนเอง
               ๖) ส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน

แนวทางการพัฒนา
          ๑.  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลให้ชัดเจนขึ้น
          ๒.  การส่งเสริมให้ครูเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดทำการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ
          ๓.  กาพัฒนาบุคลากรโดยส่งเข้ารับการอบรม  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในงานที่ได้รับมอบหมาย  ติดตามผลการนำไปใช้และผลที่เกิดกับผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
          ๔.  การพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ของชุมชน

ความต้องการและการช่วยเหลือ
          ๑. การพัฒนาครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับการพัฒนาผู้เรียนเชิงสร้างสรรค์
เพื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑
          ๒. การจัดสรรครูผู้สอนให้ตรงตามวิชาเอกที่โรงเรียนมีความต้องการและจำเป็น โดยจัดครูให้พอเพียงกับชั้นเรียน